2007/Jan/31

หลังจากดองบล็อกมาเกือบปี ดองแท็กมาอีกนานเหลือเกินนจนงงๆกะเมนูหาที่เขียนตั้งนานว่าอยู่แท็บไหน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์อัพซะที เอาเรื่องไรดีหว่า - -"

1. จำได้ว่าตอนป.1 เป็นปีแห่งความซวยมากๆ แล้วทำให้เราฝังใจเลยอันแรกคือยืนดูลุงภารโรงตัดหญ้าอยู่ดีๆ ไอ้เครื่องตัดหญ้าเนี่ยก็ดันไปตัดโดนหินมั้งมันเลยกระเด็นมาข้ามหัวพี่ที่ยืนอยู่ข้างหน้ามาตกใส่หัวเรา ตอนนั้นยังไม่เป็นไรนะ แต่พอเอามือจับหัวเห็นเลือดเต็มมือเท่านั้นแหละร้องไห้รีบไปหาห้องพยาบาลเลย ทุกวันนี้เวลาเห็นไอ้เครื่องแบบนั้นก็จะกลัวๆรีบเดินไปอย่างเร็ว อ้อแล้วก็มีไปเล่นๆกะน้องตกท่อหมู่บ้านไปมิดหัวฟันหักสองซี่อีกตะหากขึ้นก็ไม่ได้ ต้องไปตามคนมาช่วย

2. เราเคยกินชานมไข่มุกแล้วปรากฏว่าท้องเสียแบบอาหารเป็นพิษคือทั้งปวดท้อง จะอ๊วก(ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาเลยนะนี่) แถมมันดันเสียบนเครื่องบิน เลยได้ประสบการณ์ที่แย่มากๆ เดินไปๆมาๆกลัวก็กลัวว่าเครื่องมันจะลงรึยังน๊อ ห้องน้ำก็ไม่ได้น่าเข้าเลยอ่ะสั่นๆไปมา ตั้งแต่นั้นมาก็แทบไม่ซื้อกินอีกเลยด้วยความจำที่ฝังใจ

3. แม้ว่าเพื่อนๆจะบ่นๆเรื่องลายมือเราสุดๆ แต่เราเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนจากเจ็ดห้องเลยนะ(ภูมิใจๆ) ไปแข่งคัดไทย แต่ผลก็... อิอิ แพ้น่ะสิ

4. จำได้ว่าตอนม.สามอ่ะ คนที่จะเรียนต่อ ม.สี่ ถ้าได้เกรดดีจะได้ทุนโรงเรียน แล้วปรากฏว่าหลังจากคิดๆกันแล้ว ถ้าวิชาศิลปะเนี่ยออกมาได้ 3 จะไม่ได้กัน ก็เลยวางแผนเปลี่ยนเกรดกัน 7 คนดูต้นทางหาใบคะแนนอะไรกันคนละหน้าที่แล้วจะมีเพื่อนคนนึงที่ปลอมลายมือคนเก่งมากๆให้เค้าเขียน แล้วมันก็สำเร็จไปด้วยดี แล้วปรากฏว่าพอ ม.สี่เพื่อนก็อยากเปลี่ยนของเค้าอีกแต่ว่าครั้งนั้นเราไม่ต้องเปลี่ยนเลยแค่เป็นคนดูต้นทางเฉยๆอ่ะ แต่ผลครั้งที่สองคือ..เพื่อนบวกเลขผิดเลยได้เกรดเดิมอยู่ดี แล้วพอจบมาก็รู้สึกผิดๆเลยไปสารภาพกะครูอีกคนกัน

5. ถ้าเกิดว่าเราเครียดๆหงุดหงิดๆนอนน้อย จะชอบมากกินพวกช็อคโกแลต หนมปังไรงี้ ขอให้ปากได้กัดๆอะไรก็พออ่ะแต่ต้องไม่ใช่ข้าวนะ แล้วผลที่ตามมาเนี่ยก็คือสิวขึ้นน้ำหนักก็ขึ้น เลยเป็นคนที่น้ำหนักจะ ขึ้นลงในช่วง 10 กก. แต่ถ้าโกรธคนไรงี้จะพยายามหาทางออกเขียนบ้าง พูดกะตัวเองหน้ากระจก(ออกแนวโรคจิตแฮะ)

ในที่สุดก็ครบซะทีนึกตั้งนานว่าจะเขียนไรมั่งดี แต่รู้สึกว่าเพื่อนๆจะโดนแท็กกันหมดแล้วแฮะ เลยหาเหยื่อต่อไม่ได้เลยอ่ะ

2006/May/28

ฝึกงานวันสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปแล้วว..แม้ว่าพี่จะให้ทำต่อได้ก็ตามแต่ก็รูสึกว่าไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์กับเค้าซักเท่าไรเลย อู้ซะส่วนมาก 555 สรุปงานที่ทำมาก็จะมีเวปไซต์สองอันซึ่งอันหลังก็ยังไม่ได้เสร็จดีเลยแหะ แล้วก็ xerox ประปราย และงานเล็กๆน้อยๆอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้(อันนี้ส่วนตัว)เราก็ได้ทำความรู้จักกับบิต เลยทำให้รู้ว่าอ้อ..มันดีอย่างนี้นี่เอง ซึ่งทำให้เราต้องเอาโน๊ตบุ๊คไปที่ทำงานถึงหลายครั้งหลายคราจนตอนหลังไม่ทันใจเอาไปช่วยดูดด้วยอีกตะหาก และเราก็ได้รู้จักโปรแกรมแปลงไฟล์ นีโรเจ็ด โปรแกรมที่ไว้อ่านไฟล์อิมเมจอื่นๆอาทิตย์นี้บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบเหงาเนื่องจากน้องๆก็ผลัดๆกันโดด ส่วนพี่ๆก็เช่นเดียวกันติดธุระบ้าง ผลัดกันเข้าโรงพยาบาลบ้าง(ที่นี่เค้าทำไมป่วยกันบ่อยเช่นนี้หนอ) เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายแล้วก็ต้องมีฉลองจบการฝึกงานกันเล็กน้อย มื้อเที่ยงก็กินอาหารที่ร้านอนงค์เป็นการส่งท้ายคนละร้อยกว่า พี่เค้าก็เห็นว่าจะอุดหนุนเค้าวันสุดท้ายแล้วก็เลยแถมส้มโอให้ถาดนึงตอนจบ ^_^ พอยามบ่ายก็ถ่ายรูปกับพี่ๆที่มาวันนี้ แล้วก็นั่งย้ายไฟล์สนุกสนาน พอตกเย็นก็ตกลงกันได้ว่าไปไหนก็ไป..ก็ได้ไปกินหมูกะทะที่แถวๆนนท์ บรรยากาศ+อาหารก็ปกติดีล่ะ มีส้มตำให้ทำเองด้วยนะ แล้วก็มีปาเป้า เฟิสหมดไป 60 ได้ดินสอมาแท่งเดียวเอง(แต่ตอนหลังแอบไปแก้มือคนเดียวได้ของเล่นดีขึ้นจนได้)แต่พอสั่งเก็บตังนี่สิ ก็มีพนักงานสำเนียงพม่าบอกว่า 1071 ค่ะ อืม..หารเก้าคนก็ปกติดี 120 ซักพักพอเอาตังค์ทอนมาให้ เค้าก็บอกว่า อีกร้อยด้วย ค่าอาหารกะน้ำจิ้มเหลืออย่างละ 50 อึ๋ย เพิ่งจะเคยเจอ ก็ต่อรองๆโวยวาย ได้เสีย 50 แทน อ้อก่อนจะเก็บตังค์พี่ที่แผนกก็โทรศัพท์มาชวนไปเที่ยวต่อ ก็เลยตกลงปลงใจกันไปกับพี่เค้า ซึ่งก็มีสมาชิกหนึ่งชีวิตที่โกหกท่านแม่อีกตามเคย(คนที่รู้ว่าใคร)จากร้านก็แยกรถสามคัน คันนึงไปบริษัท คันนึงไปหอ อีกคันสาวๆน่ะเอง ไปบิ๊กซีไปซื้อเสื้อผ้าก่อน ซื้อกันได้รวดเร็วมาก แล้วก็กลับมาบ้านเราเพื่อเอากุญแจ(แอบเกรงใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำไงอ่า) แล้วก็ไปบ้านแน๊ตเพื่อเก็บรถ แล้วก็ออกเดินทางสู่ร้าน palm spring ซึ่งเพื่อนๆก็จะเปลี่ยนร้านกันแต่แล้วก็อยู่ร้านเดิมจนได้ พอมาถึงที่ร้านก็มีสมาชิกรวมทั้งหมด 9 คนจากที่ไปกินหมูกระทะ และอีกสองคนจากหอ แล้วก็พี่ๆที่แผนกเราอีก 4 คน(พี่หนึ่ง พี่เจฟ พี่ต้อม พี่ไปป์)ก็นั่งๆกันไป เนื่องจากเราเป็นคนเดียวอ่าที่มะได้กินเหล้า ก็จะมีคนเป่าหูตลอดเวลาเนี่ยไม่เคยเรียนเศรษศาสตร์หรอจ่ายเท่านาา.. แต่และแล้วก็โดนแน๊ตสลับแก้วและไอ้คนเป่าหูน่ะแหละ แอบเทจนได้ เหอะๆ แล้วเวลาก็ผ่านไป จนตีหนึ่งกว่าก็จ่ายตังค์ พี่หนึ่งช่วยเป็นเจ้ามือ น้องๆจ่าย 100 ที่เหลือพี่ออกซึ่งพวกเราก็ตอบแทนด้วยการบูมให้พี่กันสดๆหน้าร้านด้วยคำที่คิดขึ้นมาใหม่ t-h-a-i-c-o-m-thaicom เหอะๆ แล้วในที่สุดก็กลับถึงบ้านตีสองพร้อมเสียงที่หายไปกับการตะโกนคุยกัน พอถึงบ้านก็ซักผ้าอาบน้ำกว่าจะได้นอนตีสาม เกือบจะไม่ง่วงแล้วนั่น
วันเสาร์ก็เดินทางไปตลาดน้ำ"อัมพวา"กัน ที่เราอยากไปนานแล้ว ก่อนไปถึงก็ได้แวะวัด "บางกุ้ง" ที่ได้เป็น unseen เนื่องจากมีต้นโพธิ์มาปรกครอบโบสถ์เอาไว้ อืม..ก็แปลกดี หลังจากนั้นก็ออกเดินทางสู่ตลาดน้ำ พอมาถึงก็..ไม่ผิดหวังจริงๆ ของกินเยอะมากๆ ราคาก็ไม่แพงมากมาย มีตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด จานละ10บาท เป็นต้น ส่วนเรื่องรสชาดนั้นเราให้คะแนนเต็มกับพวกขนม ของกินเล่นเลย ประทับใจๆ มีขนมแปลกๆที่ไม่เคยกินด้วยพอชิมแล้วก็อร่อยดีจนซื้อกลับมาด้วย คือ ขนมเทียนสลัดงาที่คุณยายนั่งปั้นๆอยู่หน้าร้านใส่ชะลอมอันเล็กน่ารัก หรือจะเป็น ขนมเบื้องที่ใช้ม้วนๆเอา แล้วก็มีทอดมันลูกเล็กๆใส่ใบตองขนาดพอดีคำ แล้วก็ยังมีขนมไทยที่ออกจากรังถึงร้อนๆ ถั่วกวน เผือกกวน นุ่มมากๆ วุ้นมะพร้าวกะทิที่มีเนื้อมะพร้าวขูดเล็กๆมาด้วย แล้วก็ ปลาหมึกปิ้งที่พวกเราเตรียมน้ำจิ้มไปกินกันด้วย แล้วก็จะมีเต้าทึงร้อนเย็นที่ราคาแค่ถ้วยละ 5 บาทเอง และยังมีอื่นๆอีกมากมาย อิ่มมากๆ แต่สำหรับอาหารจากหลักที่เราได้กินคือหอยทอดและก๋วยเตี๋ยวเราไม่ค่อยชอบล่ะ เพราะว่ารูสึกเหมือนกินแป้งทอดกะก๋วยเตี๋ยวที่รสชาดแปลกๆ แต่ว่าคนกินกันเยอะมากๆแล้วบางคนก็ว่าอร่อย อันนี้ก็คงต้องมาพิสูจน์กันเอง หลังจากอิ่มหนำกันแล้วก็ลงเรือที่เหมาลำเค้า 14 คน ไปดูหิงห้อย พอไปดูเองก็สวยจริงๆ บรรยากาศมืดๆลมเย็นๆมีแสงเล็กๆกระพริบอยู่ตามต้นลำพูคล้ายบรรยากาศต้นคริสมาสต์ แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่สวยที่สุดก็ตามเพราะ เค้าว่าปลายฝนต้นหนาวจะดีสุด หลังจากล่องเรือผ่านไปชั่วโมงกับสิบนาที ก็ขึ้นจากเรือซึ่งก็ได้ขอนามบัตรเค้าเอาไว้เผื่อว่าคราวหน้าจะเรียกใช้อีก คราวหน้าจะต้องมาพักที่โฮมเสตย์ริมน้ำให้ได้เลย อ้อตลาดน้ำที่นี่เค้าจะมีแค่ตอนเย็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เอง แต่ว่านั่งเรือเนี่ยมาได้ทุกๆวันเลย พอขึ้นจากเรือก็ปรากฏว่าร้านค้าปิดกันหมดแล้ว ก็จะมีเด็กๆมากระโดดน้ำเล่นจากสะพานกันแทนเป็นบรรยากาศที่ดูสบายๆดีจัง อ้อมีรูปมาฝากเล็กน้อยด้วยจะเห็นได้ว่าตลาดน้ำมีคนมาเที่ยวเยอะมากๆตลอดสองฝั่งและตามทางเดินสองข้างทางที่มีร้านค้า แต่ว่าต้นลำพูเราไม่สามารถถ่ายได้เลยง่ะ มันมืดสนิท

ต้นโพธิ์ที่คลุมโบสถ์มิดเลยขนมเทียนสลัดงา

บรรยากาศตลาดน้ำผู้คนมากมายฝนทำท่าจะตกแต่ก็ไม่ตก อิอิ

2006/Apr/23

หลังจากที่ตัดสินใจไม่ถูกมานานว่าจะซื้อ dvd writer แบบ external ดี หรือว่าจะซื้อ external box มาใส่ dvd writer ตัดที่มีอยู่แล้วดี ในที่สุดความเสียดายตัวเก่าก็เอาชนะจนได้แหะๆทั้งที่บางคนก็บอกว่า box อ่ะจะจำกัดความเร็ว drive(คิดเข้าข้างว่า เอาน่าไงก็ไรต์ความเร็วต่ำอยู่แล้ว) แล้วก็บางอันความเร็วไม่คงที่ขึ้นๆลงๆ จากตอนแรกตัดสินใจมุ่งมั่นจะซิ้อ external แล้วเชียวแต่วันนั้นร้านไม่ค่อยเปิดกันไม่เหมาะแก่ราคาแน่ๆก็เลยต้องกลับบ้านมาตั้งหลักใหม่ วันเสาร์ก็เลยไปดูที่เซียร์ราคาเป็นยังไง พี่ๆคนขายแต่ละร้านนี่ก็แบบว่า เชียร์ของตัวเองกันยังนู้นยังนี้ แต่ละร้านจะประโยคคล้ายๆกัน เนี่ยของพี่นะวัสดุดี ราคาไม่แพง ... และอีกมากมายที่เข้าข้างของตัวเอง แล้วหลังจากเดินไปเดินมา ก็ได้ชอยส์มาประมาณนี้

  1. d tech ราคา 700 (ราคานี้ร้านเดียว)

  2. no name ราคา 580 ( ร้านอื่น 700) (แต่ร้านนี้เนี่ยเค้าใส่กล่อง d tech แล้วอ้างว่าคือ d tech อ่ะ บอกให้หยิบกล่องใหม่ให้ก็ไม่ยอม แล้วพอเราถามว่าเนี่ยพี่ถ้าแบบ firewire ด้วยอ่ะ เท่าไร เค้าก็บอกว่า โอ๊ยน้อง แบบนั้นอ่ะแพง ไม่มีใครเค้าขายกันหรอก แม่ของเราก็.. มีสิ เนี่ยร้านอื่นเค้าก็ขายกัน - - ไมซื้อของพวกไอทีช่างน่าเหนื่อยใจ คนขายพวกนี้นี่ชอบหลอกจิงๆ )

  3. rock มี 900 กะ 1400 ปลายๆ ขึ้นกับว่ามี firewire ด้วยป่าว

  4. oker 800

  5. data one มี 890 กับ 990 ขึ้นกับว่ามี ช่องเสียงออกป่าว แล้วก็ 1650 ถ้า firewire

  6. no name2 มี 700 กะ 1100 ถ้า firewire (ร้านเดียวกะข้อ 1 ชอบๆคนขายบอกราคาไม่ค่อยเวอร์ ไม่ต้องต่อมาก)

  7. kc อันนี้ประทับใจในรูปร่างมากเลยย อลูมิเนียมก็หนามาก แต่ว่า.. 2000 กว่าๆ(เศษไม่ต้องจำแล้ว แค่ได้ยินเลขนำหน้าก็จะโดดหนีแล้วอ่ะ) อ้อมี firewire ด้วยขืนไม่มีก็บ้าแร้ว

ส่วนมากประกันปีนึง แต่บางร้านจะ 6 เดือน

และแล้วก็จะตัดสินใจเอาแบบไม่มี firewire ก็ได้ เปลืองๆ (แต่เค้าว่ากันว่ามันเสถียรกว่าก็ไม่รู้ว่าจิงเท็จเป็นไง) เอาแบบถูกๆไปลองก็ได้ จะไปเอาร้าน 2 แต่ก็อย่างที่ว่า คนขายโกงกันเห็นๆ เจ็บใจๆ ไม่เอาดีกว่ายอมจ่ายแพงขึ้น ไปๆมาๆได้ข้อ 6 มาเอาเป็น firewire ด้วย(เอามาไมก็ยังไม่รุ ซื้อเผื่อซะงั้น) made in china น่ะเอง ให้เค้าประกอบให้เพื่อความไม่ต้องมางงเอง อ้อ ตอนแรกอ่ะ จะซื้ออีกร้านแล้วเพราะเค้าบอกว่าเนี่ย firewire 890 ก็ไม่ได้มอง ให้เค้าประกอบจนเสร็จเลย พอเสร็จ ก็ถามพี่แล้วสาย firewire อ่ะ เค้าก็หน้าเอ๋อๆ ยื่นสาย usb ให้ ง่ะ ... เราสิเอ๋อแทน เค้าเลยไปเรียกอีกคนมา เลยได้กระจ่างว่ามะใช่ง่ะ เลยให้รื้อออกเลย (ดีนะ ไม่โดนด่า แถมเรายังทำน้ำผลไม้ราดใส่พื้นเค้าอีก แหะๆ) ไม่ไหวๆ คนยิ่งมะรุเรื่องอยู่ คนขายนี่จะแบบว่าหลายคนเลยที่แบบพูดรัวเป็นชุดแต่พอถามกลับปุ๊บ ตอบอ้ำๆอึ้งๆ จะว่าไปไปซื้อของพวกนี้ไปกะเพื่อนจะดีกว่าไม่โดนหลอก แต่ว่าอันนี้มีคนจ่ายตังให้ อิอิ ก็คือการแลกกันน่ะเอง

พอกลับมาบ้านลองของๆ ง่ะเครื่องไม่เห็น drive เอาแระ ต้องถอดน๊อตจนได้ เนื่องจาก มันเป็น master กันสอง drive เลย พอเสร็จ ลองใหม่ๆ ติดแล้ว เย่!! ซักพัก drive หายไปแระ แงะ อะไรกันอีกนี่ สายหลวมน่ะเอง เคาะๆเข้าไป (ยัดมะค่อยเข้าง่ะ ตอนนี้ก็ยังเอียงๆ รอหลุดใหม่แล้วค่อยให้คนอื่นยัดให้ดีกว่า จำได้ว่าตอนที่เอามาใส่เป็น internal ที่บ้านก็ต้องเรียกให้น้องมาเสียบให้)สุดท้ายก็ใช้ได้ ลอง write ดูๆ write ไปสี่แผ่น อืม.. ดูดีๆ เสร็จแล้วลอง test ด้วย nero ที่เป็นคะแนน,pi,pif ไรพวกนั้นแต่ดูมะเป็นอยู่ดีก็ดูแค่ score ส่วนสองอันแรกเข้าใจว่าต้องเลขน้อยๆจะดี(รึป่าว) ก็ลองดู

อันแรก write จากอันนี้สดๆผ่าน usb ได้ไป 70 คะแนน (ยังไม่ลองผ่าน firewire)

อันสอง write จากเครื่องแน๊ต ล่อไปซะ 90 กว่าคะแนน ดูสวยหรูมาก T T ทำใจๆ external box ห่วยแหงเลย

เอาน่าลองอีกอัน จาก drive นี้แหละ แต่เป็นตอนที่มันอยู่ใน internal 0 คะแนน อ่ะ ทำไปได้

อึ้ย หรือว่าเพราะแผ่นเป็นรอยมั้งลองใหม่ๆ อีกแผ่น ได้ 0 อีกง่ะ

อ้อ ทุกข้ออ่ะ แผ่นยี่ห้อเดียวกันหมดเลย write ความเร็วก็เท่ากัน ยกเว้นอันจากเครื่องแน๊ต จะ write ช้ากว่า จนบัดนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเลย ใครรู้ช่วยบอกทีข้องใจฮะ นี่เป็นรูปจากสามอันอ่ะฮะ