ฝึกงานวันสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปแล้วว..แม้ว่าพี่จะให้ทำต่อได้ก็ตามแต่ก็รูสึกว่าไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์กับเค้าซักเท่าไรเลย อู้ซะส่วนมาก 555 สรุปงานที่ทำมาก็จะมีเวปไซต์สองอันซึ่งอันหลังก็ยังไม่ได้เสร็จดีเลยแหะ แล้วก็ xerox ประปราย และงานเล็กๆน้อยๆอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้(อันนี้ส่วนตัว)เราก็ได้ทำความรู้จักกับบิต เลยทำให้รู้ว่าอ้อ..มันดีอย่างนี้นี่เอง ซึ่งทำให้เราต้องเอาโน๊ตบุ๊คไปที่ทำงานถึงหลายครั้งหลายคราจนตอนหลังไม่ทันใจเอาไปช่วยดูดด้วยอีกตะหาก และเราก็ได้รู้จักโปรแกรมแปลงไฟล์ นีโรเจ็ด โปรแกรมที่ไว้อ่านไฟล์อิมเมจอื่นๆอาทิตย์นี้บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบเหงาเนื่องจากน้องๆก็ผลัดๆกันโดด ส่วนพี่ๆก็เช่นเดียวกันติดธุระบ้าง ผลัดกันเข้าโรงพยาบาลบ้าง(ที่นี่เค้าทำไมป่วยกันบ่อยเช่นนี้หนอ) เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายแล้วก็ต้องมีฉลองจบการฝึกงานกันเล็กน้อย มื้อเที่ยงก็กินอาหารที่ร้านอนงค์เป็นการส่งท้ายคนละร้อยกว่า พี่เค้าก็เห็นว่าจะอุดหนุนเค้าวันสุดท้ายแล้วก็เลยแถมส้มโอให้ถาดนึงตอนจบ ^_^ พอยามบ่ายก็ถ่ายรูปกับพี่ๆที่มาวันนี้ แล้วก็นั่งย้ายไฟล์สนุกสนาน พอตกเย็นก็ตกลงกันได้ว่าไปไหนก็ไป..ก็ได้ไปกินหมูกะทะที่แถวๆนนท์ บรรยากาศ+อาหารก็ปกติดีล่ะ มีส้มตำให้ทำเองด้วยนะ แล้วก็มีปาเป้า เฟิสหมดไป 60 ได้ดินสอมาแท่งเดียวเอง(แต่ตอนหลังแอบไปแก้มือคนเดียวได้ของเล่นดีขึ้นจนได้)แต่พอสั่งเก็บตังนี่สิ ก็มีพนักงานสำเนียงพม่าบอกว่า 1071 ค่ะ อืม..หารเก้าคนก็ปกติดี 120 ซักพักพอเอาตังค์ทอนมาให้ เค้าก็บอกว่า อีกร้อยด้วย ค่าอาหารกะน้ำจิ้มเหลืออย่างละ 50 อึ๋ย เพิ่งจะเคยเจอ ก็ต่อรองๆโวยวาย ได้เสีย 50 แทน อ้อก่อนจะเก็บตังค์พี่ที่แผนกก็โทรศัพท์มาชวนไปเที่ยวต่อ ก็เลยตกลงปลงใจกันไปกับพี่เค้า ซึ่งก็มีสมาชิกหนึ่งชีวิตที่โกหกท่านแม่อีกตามเคย(คนที่รู้ว่าใคร)จากร้านก็แยกรถสามคัน คันนึงไปบริษัท คันนึงไปหอ อีกคันสาวๆน่ะเอง ไปบิ๊กซีไปซื้อเสื้อผ้าก่อน ซื้อกันได้รวดเร็วมาก แล้วก็กลับมาบ้านเราเพื่อเอากุญแจ(แอบเกรงใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำไงอ่า) แล้วก็ไปบ้านแน๊ตเพื่อเก็บรถ แล้วก็ออกเดินทางสู่ร้าน palm spring ซึ่งเพื่อนๆก็จะเปลี่ยนร้านกันแต่แล้วก็อยู่ร้านเดิมจนได้ พอมาถึงที่ร้านก็มีสมาชิกรวมทั้งหมด 9 คนจากที่ไปกินหมูกระทะ และอีกสองคนจากหอ แล้วก็พี่ๆที่แผนกเราอีก 4 คน(พี่หนึ่ง พี่เจฟ พี่ต้อม พี่ไปป์)ก็นั่งๆกันไป เนื่องจากเราเป็นคนเดียวอ่าที่มะได้กินเหล้า ก็จะมีคนเป่าหูตลอดเวลาเนี่ยไม่เคยเรียนเศรษศาสตร์หรอจ่ายเท่านาา.. แต่และแล้วก็โดนแน๊ตสลับแก้วและไอ้คนเป่าหูน่ะแหละ แอบเทจนได้ เหอะๆ แล้วเวลาก็ผ่านไป จนตีหนึ่งกว่าก็จ่ายตังค์ พี่หนึ่งช่วยเป็นเจ้ามือ น้องๆจ่าย 100 ที่เหลือพี่ออกซึ่งพวกเราก็ตอบแทนด้วยการบูมให้พี่กันสดๆหน้าร้านด้วยคำที่คิดขึ้นมาใหม่ t-h-a-i-c-o-m-thaicom เหอะๆ แล้วในที่สุดก็กลับถึงบ้านตีสองพร้อมเสียงที่หายไปกับการตะโกนคุยกัน พอถึงบ้านก็ซักผ้าอาบน้ำกว่าจะได้นอนตีสาม เกือบจะไม่ง่วงแล้วนั่น
วันเสาร์ก็เดินทางไปตลาดน้ำ"อัมพวา"กัน ที่เราอยากไปนานแล้ว ก่อนไปถึงก็ได้แวะวัด "บางกุ้ง" ที่ได้เป็น unseen เนื่องจากมีต้นโพธิ์มาปรกครอบโบสถ์เอาไว้ อืม..ก็แปลกดี หลังจากนั้นก็ออกเดินทางสู่ตลาดน้ำ พอมาถึงก็..ไม่ผิดหวังจริงๆ ของกินเยอะมากๆ ราคาก็ไม่แพงมากมาย มีตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด จานละ10บาท เป็นต้น ส่วนเรื่องรสชาดนั้นเราให้คะแนนเต็มกับพวกขนม ของกินเล่นเลย ประทับใจๆ มีขนมแปลกๆที่ไม่เคยกินด้วยพอชิมแล้วก็อร่อยดีจนซื้อกลับมาด้วย คือ ขนมเทียนสลัดงาที่คุณยายนั่งปั้นๆอยู่หน้าร้านใส่ชะลอมอันเล็กน่ารัก หรือจะเป็น ขนมเบื้องที่ใช้ม้วนๆเอา แล้วก็มีทอดมันลูกเล็กๆใส่ใบตองขนาดพอดีคำ แล้วก็ยังมีขนมไทยที่ออกจากรังถึงร้อนๆ ถั่วกวน เผือกกวน นุ่มมากๆ วุ้นมะพร้าวกะทิที่มีเนื้อมะพร้าวขูดเล็กๆมาด้วย แล้วก็ ปลาหมึกปิ้งที่พวกเราเตรียมน้ำจิ้มไปกินกันด้วย แล้วก็จะมีเต้าทึงร้อนเย็นที่ราคาแค่ถ้วยละ 5 บาทเอง และยังมีอื่นๆอีกมากมาย อิ่มมากๆ แต่สำหรับอาหารจากหลักที่เราได้กินคือหอยทอดและก๋วยเตี๋ยวเราไม่ค่อยชอบล่ะ เพราะว่ารูสึกเหมือนกินแป้งทอดกะก๋วยเตี๋ยวที่รสชาดแปลกๆ แต่ว่าคนกินกันเยอะมากๆแล้วบางคนก็ว่าอร่อย อันนี้ก็คงต้องมาพิสูจน์กันเอง หลังจากอิ่มหนำกันแล้วก็ลงเรือที่เหมาลำเค้า 14 คน ไปดูหิงห้อย พอไปดูเองก็สวยจริงๆ บรรยากาศมืดๆลมเย็นๆมีแสงเล็กๆกระพริบอยู่ตามต้นลำพูคล้ายบรรยากาศต้นคริสมาสต์ แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่สวยที่สุดก็ตามเพราะ เค้าว่าปลายฝนต้นหนาวจะดีสุด หลังจากล่องเรือผ่านไปชั่วโมงกับสิบนาที ก็ขึ้นจากเรือซึ่งก็ได้ขอนามบัตรเค้าเอาไว้เผื่อว่าคราวหน้าจะเรียกใช้อีก คราวหน้าจะต้องมาพักที่โฮมเสตย์ริมน้ำให้ได้เลย อ้อตลาดน้ำที่นี่เค้าจะมีแค่ตอนเย็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เอง แต่ว่านั่งเรือเนี่ยมาได้ทุกๆวันเลย พอขึ้นจากเรือก็ปรากฏว่าร้านค้าปิดกันหมดแล้ว ก็จะมีเด็กๆมากระโดดน้ำเล่นจากสะพานกันแทนเป็นบรรยากาศที่ดูสบายๆดีจัง อ้อมีรูปมาฝากเล็กน้อยด้วยจะเห็นได้ว่าตลาดน้ำมีคนมาเที่ยวเยอะมากๆตลอดสองฝั่งและตามทางเดินสองข้างทางที่มีร้านค้า แต่ว่าต้นลำพูเราไม่สามารถถ่ายได้เลยง่ะ มันมืดสนิท


ต้นโพธิ์ที่คลุมโบสถ์มิดเลยขนมเทียนสลัดงา

บรรยากาศตลาดน้ำผู้คนมากมายฝนทำท่าจะตกแต่ก็ไม่ตก อิอิ
ฝนไปเที่ยวได้ด้วย
